ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาต กัญชา หรือไม่

ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาต กัญชา หรือไม่

เป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวันเกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องปลดล็อค กัญชา ให้สามารถครอบครอง ปลูก และใช้ในการบำบัดรักษาโรคได้ ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี คงไม่มีอะไรที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอุปสรรค โดยเฉพาะอะไรที่เคยผิดกฎหมายจะกลายมาเป็นถูกกฎหมายแล้ว ด้วยเหตุผลด้านการวิจัยที่สารสกัดของกัญชานั้นสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการรักษาโรคต่างๆได้จริง และยังสามารถทำเม็ดเงินให้กับประเทศที่สามารถปลูกได้อย่างดี

ยกเว้นแล้ว สารสกัดและบางส่วนของพืชกัญชา ไม่เป็นยาเสพติด

หลักจากที่มีข่าวเกี่ยวกับกฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ให้สารสกัด และส่วนประกอบบางส่วนของพืชกัญชา ซึ่งได้ยกเว้นให้สารสกัดจากกัญชาและกัญชงที่มีปริมาณของสาร THC เพียงเล็กน้อย รวมถึงบางส่วนของพืชกัญชง ก็จะไม่ถูกควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษ เพื่อให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และยารักษาโรค แต่จะต้องเป็นสารสกัดหรือส่วนที่ผลิตขึ้นในประเทศเท่านั้น

กัญชง และกัญชา ยังเป็นยาเสพติดอยู่

จากประกาศยกเว้นส่วนประกอบบางส่วนของพืชกัญชานั้น ยกเว้นเพียง 1.ปลอกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้งของกัญชาและกัญชง
2.สาร CBD บริสุทธิ์ร้อยละ 99 ที่มี THC ผสมไม่เกินร้อยละ 0.01 (เพื่อนำมาใช้เป็นสารมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ)
3.สารสกัด CBD หรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัด CBD ที่มีสาร THC ผสมไม่เกินร้อยละ 0.2 ที่เป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือสมุนไพร (เช่นเดียวกับในหลายประเทศที่ยกเว้น)
4.เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชงที่เป็นอาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
5.น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ที่เป็นเครื่องสำอางตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง
นั่นหมายความว่ากัญชา และกัญชง ที่สายสมุนไพรมักจะสูบกันเพื่อสันทนาการนั้นก็ยังคงผิดกฎหมายอยู่ แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีในอนาคต

สายปุ๊นลุ้นกันตัวโก่ง

เพราะนอกจากจะสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการรักษาโรคได้แล้ว แต่สายสันทนาการนั้นก็ล้วนลุ้นกันตัวโก่ง เพราะจะได้เพลิดเพลินกับการสูบปุ๊นกันแบบไม่ต้องกลัวใคร เรียกได้ว่าฟินกันแบบยาวๆไม่ต้องเหลียวหลังเตรียมวิ่งหนีตำรวจนั่นเอง แต่ทางกฎหมายแล้วคงจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการเสพกัญชาเกินขนาด นอกจากจะทำให้ไม่มีเวลาไปทำงานทำการให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นแล้ว ยังอาจทำให้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกายได้

อาจมีการอนุญาตให้เอกชนปลูกกัญชงได้ในอนาคต

ในอนาคตนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการปลูกต้นกัญชง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับกัญชง พ.ศ.2559 จากเดิมมีบทเฉพาะกาล 3 ปีที่ให้เฉพาะหน่วยงานของรัฐขออนุญาตปลูกกัญชงได้ ให้หน่วยงานเอกชนสามารถลงทะเบียนเพื่อปลูกกัญชงได้ ซึ่งตรงนี้หากใครที่เล็งเห็นประโยชน์ของกฎหมายตัวนี้ก็เตรียมเปิดฟาร์มกันได้เลย น่าจะทำเงินได้อย่างดีเนื่องจากสารสกัดและส่วนประกอบต่างๆนั้น เป็นวัตถุดิบที่ต่างประเทศก็ต้องการอย่างมาก

สนันสนุนบทความโดย www.w88v2.com

Close Menu